นิยาย
ในคืนที่ฟ้าดำมืดแสงจากตัวเมืองส่องประกายเจิดจ้ากว่าแสงดวงดาวและดวงจันทร์
เมืองที่ไม่มีวันหลับเมืองของเหล่าคนบาปเมืองนี้เป็นเมืองที่แตกต่างจากที่ๆอื่น
เปรียบเสมือนเงาอันดำมืดของโลกโลกเบื้องหลังธุระกิจดำมืดล่วนครบครันในเมืองแห่งนี้
คุณจะทำไรกันละเมื่ออยู่เมืองนี้มันเป็นคำถามที่เขาถามตัวเองตลอดเวลาที่ผ่านมาในเมื่อเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ่ำว่าตัวเองมาทำไรในที่ๆแปลกเซ่นนี้มันดูเป็นสีสันให้ชีวิตเขาบ้างเลยก็ว่าได้การาศัยอยู่ที่นี้เป็นเวลา
4 ปี ที่นี้นั่นแตกต่างมากกมาย เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองงฆ่าพวกเลวๆไปกี่ศพแล้ว
จำไม่ได้แม้แต่หน้าตาคนที่เขาฆ่าไปเลยด้วยซ้ำ
ตัวตนของเขาก็ไม่มีไรต่างไปจากเงาจนถูกตั้ง ฉายาว่า เงาอสูร
เขาก็ไม่รู้หรอกนะว่าฉายานี้ได้มาได้ไงแต่ก็ไม่สนใจอยู่แล้วละเขาแค่หาไรสนุกๆทำเองว่าไหม
ท้องฟ้าปรอดโปรง ดวงจันทร์ ทั้งสองดวงส่องกระทบเขา ดวงตาสีทอง
ผมทองนัยตาอันแสนอ่อนโยน นั้งอยู่บนดาดฟ้าของตึกๆหนึ่ง เขายืนขึ้นมองท้องฟ้าขาดหวังให้มันเป็นไปได้กับสิ่งที่เขาคิดจะทำ
ทำไรงั้นหรอ
ทำลายนิวเคลียร์สิบกว่าลูกที่มุ่งหน้าผ่าชั้นบรรยากาศมาตามการลงมติเอกฉันทน์ของศาลโลกที่คิดจะทำลายที่นี้ทิ้งพร้อมเหล่าบุคคลอันตรายต่อประเทศของพวกเขา
การกระทำนี้ไม่มีการแจ้งเตือนหรือบอกกล่าว
เขาเองก็ไม่รู้จนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าจึงรู้เขามีเวลาคิดเพียง5นาทีในการตัดสินใจจะหนีหรือจะสู้
เงาอสูร ปะทะ นิวเคลียร์ 2 ลูกใหญ่ที่พอจะทำให้เมืองนี้หายไปจากแผนที่ได้ในชั่วพริบตา
จนสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะสู้เพราะไรงั้นหรอเพราะเมืองนี้เขาปกป้องมาตั้งหลายปีแล้วนี่จะให้ทิ้งมันไปก็ยังไงอยู่
เขายืนมองมันนับเวลาถ่อยหลัง สู้กับนิวเคลียร์จะยากแค่ไหนกัน เขาละอยากลองจริง เขาเดินไปหยิบถ่อนเหล็กบิดๆงอๆมา
3 แท่ง กระซับให้เหมาะแล้วจัดการปามันไป ฟิ้ว! ตูม!!
นิวเคลียร์ลูกแรกถูกเขาใช้แท่งเหล็กชัดกระจาย
เกิดซ็อกเว็บขึ้นบนท้องฟ้าแรงลมจากมันกระซากทุกสิ่งให้ล้มลงผู้คนมากมายไม่มีการทรงตัวที่ดีก็กล้งปลิวไป
แผ่นดินสั่นชะเทือน พื้นที่เขายืนอยู่ก็หยุบลงจนเหมือนมันใกล้ถล่มลงมา ต่อมาก็เป็นลูกที่2...
“ลูกแรกหายไปจากเรดาร์แล้วครับ
จะทำการดาวเทียมตรวงเซ็คพิกัดนั้นครับ”
ชายหนุ่มสวมหูฟังและคอยรายงานสถานการต่างในการปฏิบัติการครั้งนี้ “ปะ
เป็นไปได้ไงนี้มันบ้าไปแล้ว หะ
หัวหน้าครับดูภาพนี้สิครับจะทำการฉายเข้าจอใหญ่เดียวนี้ครับ” ภาพถูฉายขึ้นทำให้พวกเขาทุกคนตกใจ
“ลูกสองเป็นไงบ้าง ลูกแรกอาจจะมีปัญหาบางอย่างก็ได้ทำให้มันระเบิดก่อนจะถึงพื้น”
ชายที่มีอายุค่อนข่างมากที่สุดและดูเหมือนเป็นหัวหน้าพวกเขานั้นก็ตกใจไม่ต่างไรกันเขาอยู่มาก็นานพอที่จะเห็นคนล้มตายมามากมายร่วมสงครามมาก็เยอะ
ไม่เคยเจอไรทำลายนิเคลียร์ได้มาก่อนเลยแม้แต่เวทมนย์หรือประเทศที่เจริญแค่ไหนก็ม่มีทาง
“อีกสิบวินาทีลูกที่สองจะถึงเป้าหมาย...”
ทุกคนล้วนจ้องมองภาพที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ “อีก ห้าวิ สี่... หะ
หายๆไปจากเรดาร์แล้วครับ” เป็นไปได้ไงกัน
โดรนที่ทางฟั่งเราส่งไปนั้นโดนผลกระทบจากซ็อกเว็ปของลูกแรกทำให้สัญญาขาดหายไปแล้ว
“กู้ภาพมาจากโดรนระยะไกลแล้วครับ จะนำขึ้นจอเดียวนี้”
ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นคือเด็กหนุ่มปาท่อเหล็กขึ้นฟ้าด้วยความเร็วที่กล้องยังจับภาพไม่ทันพื้นที่เด็กหนุ่มคนนั้นยืนอยู่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
แล้วภาพก็ขาดหายไป “ส่งคำร้องไปที่สภาโลกเดียวนี้ ขอยิงปืนจากดาวเทียมNm01เดี่ยวนี้ ไป!” เขาตะโกนอย่างไม่อยากเซื่อใส่ลูกน้อง ไอ้สัตว์ประลาดนั้นมันตัวไรกัน...
เด็กหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้าโดยในมือนั้นก็ยังคงเตรียมพร้อมอยู่โดยถือท่อเหล็กไว้
“ลูกที่สองก็หายไปแล้วยังจะมีไรมาอีกไหมเนี่ย ท้องฟ้ามืดครึ่มลงแสงจากดวงจันทร์หายไป
โดนบดบังโดยเมฆหนา
เด็กหนุ่มมองขึ้นไปบนฟ้าอย่างไม่วางใจจู่เมฆทีบดบังทั้งท้องฟ้าก็หายเป็นวงกลมขนาดยักย์เขาเบิกตากว้างไม่เชื่อในสายตาตัวเอง
แสงขนาดยักย์ไม่ต่างไรจากอุกบาตร์กำลังตกลงมาที่เมืองนี้
“นี้อยากทำลายเมืองนี้กันขนาดนั้นเลยหรอ” เด็กหนุ่มเอามือตบหน้าผากตัวเองด้วยความลำบากใจนี้มันเรื่องบ้าไรกันแค่อยากฆ่าคนที่อันตรายไม่กี่คนในเมืองนี้ถึงกับต้องทำลายแบบไม่ให้เหลือซากขนาดนั้นเชียวหรอ
เขาโยนท่อออกไปไกลก่อนกางแขน แล้วตัวเขาก็ลอยขึ้นโดยมีวงเวทเล็กๆใต้เท้าทั้งสองข้าง
บินเหนือสูงขึ้นไปเหนือตัวเมืองโดยไม่ละสายตาจากแงที่ไม่ต่างไรจากอุกบาตร์เลยเขาชูแขนขึ้นเหนือหัวของตนก่อนวาดวงเวทซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยนานหลายนาทีจนหยุดมือลง
แค่นี้คงพอแล้วละเขาดีดนิ้วไปที่วงเวทเบาวงเวทก็ขยายตัวและกระจายตัวออกมาเป็นมีวงกลมตรงกลางขนาดใหญ่และรายล้อมไปด้วยวงเวทเล็กๆนับสิบวง
แสงที่สะท้อนออกมาจากวงเวทเหล่านั้นมีละอองสีทองขาวๆกระจายออกมาตลอดเวลา
เริ่มได้ยินเสียงของเลเชอร์ที่ฝ่าชั้นบรรยากาศแล้ว ครืนๆๆ
หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็มองอย่างไม่ละสายตาอีกนิดเดียวจะชนแล้ว ตูมมม
เสียงดังกระหึมขึ้นอย่างไม่หยุดยั่ง มีเสียงของเลเชอร์เสียดสีกับวงเวทของเขา
เขาก็ยังไม่ยอมละสายตาหรือหลีกหนีเลยแม้แต่น้อย
พื้นที่นอกเมืองนั้นที่ไม่มีการป้องกันจากวงเวทเขานั้นตอนนี้มันแถบไม่ต่างไรกับพื้นที่ๆอุกบาตร์ซน
เพล้งวงเวทชั้นแรกของเขาหายไปแล้ว เพล่ง สอง สาม สี ห้า ใกล้เขาเข้ามาเลื่อยๆ
แต่เหมือนลำแสงนั้นก็เล็กลงเรื่อยๆชั้นสุดท้ายแล้ว
ชั้นที่กันเขากับอาวุธทำลายล้างนั้นเป็นเพียงเส้นบางๆเท่านั้น วูบ
ท้องฟ้ากลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง เพล้ง
วงเวทชั้นสุกท้ายที่กันนั้นแตกกกระจายออกพร้อมลำแสงที่จางหายไป “คงหมดมุขแล้วนะ
พอเถอะขอละเหนื่อยจะตายแล้ว” เด็กหนุ่มล่อนลงสู่พื้นดินในซอยมืดๆแล้วเดินหายไป
โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมีคนทั้งเมืองเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์นี้
ภาพและวีดิโอได้ถูกถ่ายทอดออกไปสู่โลกภายนอก...
ห้องสั่งการทั้งห้องนั้นเงียบลง
พวกเขาเปิดดูเช่นกันสิ่งที่เด็กหนุ่มคนนั้นทำ “ยิ่งๆ อีกรอบสิมันไม่มีทางกันได้ตลอดแน่ๆ”
หัวหน้าพูดขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลนเรียกสติของลูกน้องตนเอง “แต่หัวหน้าครับ
ดาวเทียมใช้เวลาชาตร์อีกยี่สิบสัปดาหร์ครับ”
ลูกน้องที่พูดนั้นหน้าซีดขาวหลายๆคนนั้นล่วนเป็นเหมือนเขา รู้สึกว่าตัวเองฝันไป เวลาผ่านมาได้เกือบสองวันหลังจากนั้นแล้วมีคนหนึ่งวิงพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานของเขา
“หัวหน้า ครับยกเลิกปฏิบัติการคับสภาโลกถอนคำสั่งแล้วครับ” หัวหน้าขมวดคิ้ว
“เป็นไปได้ไงสภาจะล้มเลิกได้ไงนายแน่ใจงั้นหรอ”
ชายหนุ่มพยักหน้าก็ยื่นจดหมายถอนคำสั่งมาให้
“รู้สึกว่าโดนคนๆหนึ่งกดดันจนสภาโลกยอมครับ” คนทั้งห้องนั้นเบิกตากว้าง
สภาโลกที่มีผู้นำประเทศเกือบทั้งหมดเลยนะเป็นไปไม่ได้หรอก
“นี้นายเอาไรมาพูดผู้นำประเทศของเราจะกลัวใครงั้นหรือไง “ครับ ผมพูดจริงๆนะครับ เขาคือราชาไร้มงกุฎอีฟานนอฟ
เอิลร์ ดีอาร์ ครับ เขาคุมเศษฐกิจโลกไว้เกินครึ่งและหนุ่นหลังสภาเวทขั้นสูง ออกเงินบริจากสมทบทุ่นมากมาย
สันนิฐานว่ามีกองกำลังส่วนตัวที่แข่งแกร่งเทียบเท่ากองทัพเราเลยครับ”
เขาเองงั้นหรอราชาที่ไม่สวมมงกุฎแต่กลับมีอำนาจเหลือล้นกว่าทุกๆประเทศร่วมกันเสียอีกเราคงต้องยอมถ่อยแล้วละ...
เด็กหนุ่มเดินทอดน่องตามถนนคนเดินมาเรื่อยๆ ซื้อมากินเรื่อยๆจนล้นมือ
จนเขาไม่มีมือจะถือไรแล้วจริงๆเลยไปนั้งเล่นที่น้ำพุแทนที่นี้ไม่ค่อยมีมากนักร้านที่เขาไปซื้อไรมากินลูกค้าก็ไม่มี
ตอนนี้ที่นี้โล้งมากจนนอนกลิ้งไปมาได้เลย
เขาทำก็แค่นั้งกินหนมปังฝรั่งเศษมองนู่นมองมองนี้อย่างสนใจ “ขอนั้งด้วยได้ไหมค่ะพอดีคนน้อยมากไปหน่อยเลยกลัวนะค่ะ”
เด็กหนุ่มซำเลืองมองก่อนพยักหน้าเธอเป็นผู้หญิงผมสีฟ้าทะเลยาวถึงกลางหลัง นัยตาก็สีฟ้าทะเลมรกต
เธอเป็นคนที่สวยมากอย่างกับเจ้าหญิงแห่งท้องทะเลเลย หุ่นดีด้วย
“คุณไม่คิดจะข่มขื่นผู้หญิงหรอกใช่ไหมค่ะ” เธอนั้งลงแล้วพูดขึ้นเธอกำลังกินอาหารที่เธอซื้อมากินอยู่เป็นอาหารว่างกินง่ายต่างจากเขาที่มีทั้งอาหารขนมหวานของกินเล่นของว่าง
“ฉันคิดจะทำเธอคงโดนไปแล้วละ ฉันไม่คิดจะทำหรอกวางใจเถอะ”
เธอเอียงขอเล็กน้อยก่อนยิ้มออกมา “นายซื่อไรงั้นหรอ ฉันซื่อลูน่า”
เธอพูดซื่อตัวเองพร้อมยิ้มให้เขาเธอดูหน้ารักมากเลยจริงๆนะ
“งั้นหรอฉันต้องบอกซื่อฉันด้วยงั้นหรอม่บอกได้ไหม” ยิ้มเธอเริ่มคลายลง
“แล้วแต่เธอเลย ฉันไม่ว่าไรหรอกว่าแต่นายใช่เวทเป็นไหม” เอ๋
ไหนลากเรื่องที่ข้ามโลกขนาดนี้เนี่ย “พอเป็น เธอถามทำไหม?” เธอส่ายหน้าปฏิเสท “ไม่มีไรหรอกฉันแค่อยากรู้นะ
ฉันก็ใช้เป็นนะว่าแต่นายใช่ธาตุไรได้งั้นหรอ”
เขาจำต้องหยุดกินเพราะคำถามของเธอนี้อันตรายกับเขาเกือบหมดเลย
ก่อนคิดว่าโกหกไปไม่น่าเป็นไร ยังไงคงไม่ได้เจอบ่อยมากนักหรอกมั้ง “ไฟ
มีแค่ธาตุเดียวเธอละธาตุไร”
พอเขาถามเธอมันก็รู้สึกแปลกๆทำไหมเธอดูกระตือรือร้นมากเลยนะ เธอยิ้มจนแก้มแถบปริเหมือนเด็กที่กำลังจะอวดตัวเองเขามองเธอก็ยิ้มออกมา
“ฉันนะใช้ได้สองธาตุเลยนะ น้ำกับแสงเก่งไหมละ” ครับๆเธอเก่งสุดๆไปเลย “คุณหนูคราบๆ
อยู่ไหนคราบ” แล้วเธอก็ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ขอบคุณที่คุยด้วยนะ
พอดีฉันไม่ค่อยเคยคุยกับใครเลยนะขอบคุณนะ” เธอหันมายิ้มให้เขาแล้วเดินไปทางของเสียงเรียก
ไม่เคยคุยกับใครเลยงั้นหรอไม่เคยนี้เธอไม่เคยมีเพื่อนเลยสินะ เขารู้สึกเศร้าใจแปลกๆ
“เดียว เธอนะ ลูน่า ฉันซื่อราร์จำไว้ด้วยละ”
เธอหันมาฟังพอได้ยินก็ยิ้มออกมาอีกครั้งหนี่ง “ราร์ ราร์งั้นสินะขอบคุณนะ
ลาก่อนละราร์หวังว่าจะเจอกันอีกนะ ลูน่าโบกมือให้เขาๆก็โบกแบบส่งๆ...
“ราร์งั้นสินะ ราณ์ฉันจะจำไว้อย่างดีเลยเพื่อนคนแรกของฉัน”
เธอเดินไปยิ้มไปทองซื่อของคนที่เธอคุยด้วยก่อนหน้านี่ไปมาจนใครด้ยินคงหลอนปรสาทแน่ๆ
“คุณหนูครับไปไหนมาครับ ผมเป็นห่วงแถบแย่ถึคุณหนูเป็นไรไปผมจะทำไงละครับ
ผมยังไม่อยากโดนนายท่านฆ่าตายนะครับ” ชายอายุอยู่ที่ 50
กว่านั้นพูด้วยน้ำเสียงห่วงใยปนหวาดกลัวกบเธอ “ถ้าคุณจะถูกทำไรเดียวฉันช่วยคุยให้ละกันนะค่ะคุณลุงบาสเตียน”
เธอยิ้มให้คนแก่ด้านหน้าที่ห่วงเธอเหลือเกินจริง “ครับงั้นผมพากลับห้องคุณหนูนะครับหรือจะกลับคฤหาสห์นายท่านครับ”
เธอส่ายหน้าไปมา “ไม่เอาหรอกค่ะ กลับห้องดีกว่าค่ะ” …เธอพูดอย่างรีบร้อน
ลุงเซบาสเตียนพยักหน้ารับก่อนเดินไปเปิดประตูรถให้เธอขึ้น แล้วจึงขึ้นไปขับรถ...
ในห้องมืดๆของเด็กหนุ่มนามว่าราร์ เขานอนมองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างมาเป็นชั่วโมงแล้ว
เขาพึ่งออกแรงสู้กับอวุธนิวเคลียร์กับลำแสงล้างเมืองไปเองนะขอพักหน่อยเถอะเขาเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว
วันทั่วๆไปนะตอนนี้นะเขาอาจจะไปเดินเล่นซ่วยคนบ้าง “เหนื่อยจริงเลยน่าไอ้เรื่องการสู้กับของที่มันทำลายเมืองในซั่วพริบตาเนี่ยเฮ้อ”
เขานะต่อให้มีร่างกายที่แข็งแรงแลเวเวททรงพลังแต่เจออย่างนั้นก็ไม่ไหวนะ
นี้เขาไม่มีแรงเหลือจะสู้แล้วพูดง่ายๆคือใครมากระทืบเขาตอนนี้เขาจะไม่มีแรงสู้เลยด้วยซ้ำ
ตูม! เกิดเสียงระเบิดดังมาจากตรงทางเดิน เขาวางเวทกับดักระเบิดไว้ทั้งตึกเลย
นี้มันตึกร้างนะใครมันจะเข้ามากันละนอกจากจะมาฆ่าเขา ราร์ลุกขึ้นนั้งมองท้องฟ้าไม่ละสายตาเลยด้วยซ้ำ
ดูถ้าวันนี้เขาจะถูกฆ่าจริงๆแล้วละมนุษย์คงหวาดกลัวเขามากเเล้วเลยละ ครืนๆ ตึกเริ่มสั่นสะเทือนอย่างนัก
“นี้ฉันไปทำไรให้กันถึงขั้นยกเฮลลิคอบเตอร์มาฆ่าเอย่างงี้เนี่ย เฮ้ย”
ราร์รีบกลิ้งมาทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ปังๆๆ เพียงไม่กี่วินาทีกระสุนจากปืนกลท่อแสงจ้าปะทะตรงจุุดที่เขาเคยนั้งอยู่
มันพรุ่นเป็นรูเลยละ เขารีบวิ่งพุ่งออกไปนอกห้องทันทีพร้อมยิบท่อเหล็กมาอันหนึ่งติดมือมาด้วยเขารีบวิ่งไปทางบันได้หนีไฟ
ลงไปด้านล่าง ตึกๆ เห้ยมีคนเดินขึ้นมาหรอเขาวิ่งเข้าไปหลบตรงมุมเสา คนเดินขึ้นมาสวมชุดทหารสีดำสนิดสวมเกราะอย่างดีเขาแอบเห็นด้วยว่าพวกนั้นมีโล่เลเซอร์ด้วย
ปังๆ ฟิ้วๆ คนกลุ่มนั้นจู่ๆก็ชงักแล้วหันปืนมาทางเสาผมแล้วกราดยิงไม่ยั่่งราวกับเห็นผมอยู่
เห็นได้ไงเขาหลบจนมิดแล้วเลยนะจะเห็นได้ไงกัน พวกนั้นยังคงยิ่งไม่หยุดเขาหลบอย่างเดียวมีหวังตายแน่
เอาไงดีๆ ปึกเขาชนเขากับังขยะเก่าใบหนึ่งที่มีขยะและฝุ่นเยอะ ปาใส่แม่งเลยราร์รีบยิบถังมาปาใส่กลุ่มคนด้านล่างก็ชะงักรีบเอามือปัดมันทิ้ง
บึม!ยังไม่ทันจะปัดออกมันก็ระเบิดออกมาทำให้ฝุ่นพุ่งกระจายเต็มไปหมด
เขาก็พุ่งออกจากที่กำบังไปทางด้านล่าง ง้างไม้สุดมือ เปรี้ยง!หวดเข้าเต็มหัวคนด้านหน้าสุดกระเด็นไปซนเข้ากับกำแพงเป็นรอยร้าว คนที่สองรีบหันกระบอกปืนมาทำท่าจะยิง
เขาเอามือปัดออกก่อนกระสุนในรังเพลิงออกมา ปังๆ พอปัดมันออกไปได้ก็เอาท่อเหล็กฟาดหัวตามคนแรกไป
แต่เหล็กดันหักทำให้ไม่โดนเต็มเลยเอาฝ่ามือกระแทกเข้าไปที่คางจนหมวกที่คล้ายหมวกกันน็อกตรงซ่วงคางแตกกระจายคนที่สองกระเด็นไปกระแทกเพดาน
ปังๆ คนที่สามอยู่ด้านข้างเขายิงมาเขาก็เอาเพือนมันที่ร่วงลงมาบังแล้วพลักไปอย่างแรงจนคนที่สามเสียหลักพร้อมยิบมีดออกมาจากฝักของคนที่สองออกมา
ปังๆ เสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลังราร์ก็รีบกลิ้งหลบแถบไม่ทันก่อนจะปามีดออกไปใส่ขอคนที่สี่แล้วยิบปืนที่พื้นมายิงคนที่สามทันที
หมดสภาพทุกคน ราร์ลุกขึ้นจากท่าชันเข่าค้นตัวพวกเขาทั้งสี่คนได้ของมามี มีดสั้นหนึ่งเล่ม
ปืนพก กับแมกกาชีนจำนวนหนึ่ง ราร์ก็วิ่งมุ่งหน้าลงไปต่อ ทางค่อนข้างโล่ง ชั้นสองแล้วอีกนิดเดียว
ตูม!พนังด้านข้างแตกกระจาย ภาพที่เขาเห็นคือหุ่นยนต์ถือปืนกลหนักอย่างกับคนเหล็กจ่อมาที่เขาอยู่
เหวอราร์รีบวิงขึ้นไปตรงที่พักบันไดเล็กๆก่อนหมอบลง ตืดๆ ปังๆ เสียงของปืนกลหนักดังขึ้นแหวกอากาศดังไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่องเลย
ราร์โดนยิงกดให้ขยับไปๆไหนไม่ได้ นี้ถ้าเขาพอเหลือพลังเวทสักนิดคงจัดการได้ไม่ยากหรอก
เขาจะยิงตอบโต้แต่นี้ดูมันยิงๆกดไม่ให้ขยับเลย มีดมันปาโค้งได้ไหม?เขายิบเศษกระจกแถวนั้นมาส่องดูตอนนี้เขาอยู่ในท่ามอบมีดอยู่มือซ้ายมือขวาถือกระจกซ่อง
ถามจริงมีมีดปาวิธีโค้งได้ไหมแบบโยนบอลลงห่วงนะ ไม่รู้เเละงานนี้ต้องลองก่อน สาม สอง
หนึ่ง เขาปามีดออกไปมีดลอดผ่านซ่องราวจับบันไดก่อนจะค่อยย้อยไปลงตรงกลางหัวใบมึีดกระเดนออกมาเป้ง
เสียงเหล็กกระทบกันก้องไปทั้งบันได เขารีบนอนกลิ้งออกไปแล้วยิงปืนพกไม่ยั่ง ปัวๆ เชะ
เปลี่ยนเป็นแม็กที่สอง ก็ยิงต่อ จนมันคุกเขาลงไปแล้วหันปืนกลหนักมาทางเขาก่อนยิงสวนมา
ปังๆ เขารีบกระโดดลอยตัวขึ้นไปทางของมันก่อนจะจับหัวมันบิดมาท่างด้านหลังงแล้วเอาบืนพกยิงซ้ำที่หัวแล้วกระโดดกลับตัวลงพื้นมายิบมีดแล้วแทวไปกระดูกสันหลังแล้วหลากขึ้นจนทะลุหัวของมัน
มันก็หยุดทำงานลงล้มลงไปกับพื้นอย่างแรง โคร่ม ตึง เขาเดินไปลงไปต่อที่ชั้นหนึ่งเขารีบเดินออกมาดูด้านนอกว่าตอนนี้มีคนในตึกร้างนี้เท่าไร
ราร์เดินออกมาได้สี่ก้าวก็หยุดลงตัวเขามีแสงจากเลเชอร์จ่อทั้งตัวจนแดงไปหมด พรึบ ไฟหน้ารถหลายคันสว่างวาบแยงเข้ากับตาของเขา
ครืน เสียงเครืองบินดังมันลอยอยู่เฉยพร้อมปากกระบอกปืนใหญ่จ่อมาทางเขา มีรถถัง เครืองบิน
รถกันกระสุนเเถมมีไอ้หุ่นยนต์พวกนั้นอีกเป็นกอง “วางอาวุธลงแล้วยกมือขึ้นชะ
คุกเข่าลงไป เร็ว” เขาวางอาวุธทั้งหมดลงแล้วเตะมันไปทางคนกลุ่มนั้นแล้วยกมือขึ้นเหนือหัวและคุกเข่าลงตามที่พวกนั้นบอกเขามาถึงจุดสุดท้ายของชีวิตแล้วสินะ
คนติดอาวุธจำนวนหนึ่งผสมกับหุ่นยนต์เดินมาทางเขาแล้วจับเอามือเขาไขว้หลังและล็อกกุญแจมืออย่างรวดเร็ว
ที่ล็อกกุญแจมือแปลกมากเลยมันเหมือนมีไฟฟ้าดูดอยู่ แล้วฮีโรผู้ช่วยเมืองอย่างเขาก็โดนจับกุมและจับใส่รถหุ้มเกราะกันกระสุนและเวทมนต์…