วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560



  นิยาย

            ในคืนที่ฟ้าดำมืดแสงจากตัวเมืองส่องประกายเจิดจ้ากว่าแสงดวงดาวและดวงจันทร์ เมืองที่ไม่มีวันหลับเมืองของเหล่าคนบาปเมืองนี้เป็นเมืองที่แตกต่างจากที่ๆอื่น เปรียบเสมือนเงาอันดำมืดของโลกโลกเบื้องหลังธุระกิจดำมืดล่วนครบครันในเมืองแห่งนี้ คุณจะทำไรกันละเมื่ออยู่เมืองนี้มันเป็นคำถามที่เขาถามตัวเองตลอดเวลาที่ผ่านมาในเมื่อเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ่ำว่าตัวเองมาทำไรในที่ๆแปลกเซ่นนี้มันดูเป็นสีสันให้ชีวิตเขาบ้างเลยก็ว่าได้การาศัยอยู่ที่นี้เป็นเวลา 4 ปี ที่นี้นั่นแตกต่างมากกมาย เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองงฆ่าพวกเลวๆไปกี่ศพแล้ว จำไม่ได้แม้แต่หน้าตาคนที่เขาฆ่าไปเลยด้วยซ้ำ ตัวตนของเขาก็ไม่มีไรต่างไปจากเงาจนถูกตั้ง ฉายาว่า เงาอสูร เขาก็ไม่รู้หรอกนะว่าฉายานี้ได้มาได้ไงแต่ก็ไม่สนใจอยู่แล้วละเขาแค่หาไรสนุกๆทำเองว่าไหม ท้องฟ้าปรอดโปรง ดวงจันทร์ ทั้งสองดวงส่องกระทบเขา ดวงตาสีทอง ผมทองนัยตาอันแสนอ่อนโยน นั้งอยู่บนดาดฟ้าของตึกๆหนึ่ง เขายืนขึ้นมองท้องฟ้าขาดหวังให้มันเป็นไปได้กับสิ่งที่เขาคิดจะทำ ทำไรงั้นหรอ ทำลายนิวเคลียร์สิบกว่าลูกที่มุ่งหน้าผ่าชั้นบรรยากาศมาตามการลงมติเอกฉันทน์ของศาลโลกที่คิดจะทำลายที่นี้ทิ้งพร้อมเหล่าบุคคลอันตรายต่อประเทศของพวกเขา การกระทำนี้ไม่มีการแจ้งเตือนหรือบอกกล่าว เขาเองก็ไม่รู้จนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าจึงรู้เขามีเวลาคิดเพียง5นาทีในการตัดสินใจจะหนีหรือจะสู้ เงาอสูร ปะทะ นิวเคลียร์ 2 ลูกใหญ่ที่พอจะทำให้เมืองนี้หายไปจากแผนที่ได้ในชั่วพริบตา จนสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะสู้เพราะไรงั้นหรอเพราะเมืองนี้เขาปกป้องมาตั้งหลายปีแล้วนี่จะให้ทิ้งมันไปก็ยังไงอยู่ เขายืนมองมันนับเวลาถ่อยหลัง สู้กับนิวเคลียร์จะยากแค่ไหนกัน เขาละอยากลองจริง เขาเดินไปหยิบถ่อนเหล็กบิดๆงอๆมา 3 แท่ง กระซับให้เหมาะแล้วจัดการปามันไป ฟิ้ว! ตูม!!  นิวเคลียร์ลูกแรกถูกเขาใช้แท่งเหล็กชัดกระจาย เกิดซ็อกเว็บขึ้นบนท้องฟ้าแรงลมจากมันกระซากทุกสิ่งให้ล้มลงผู้คนมากมายไม่มีการทรงตัวที่ดีก็กล้งปลิวไป แผ่นดินสั่นชะเทือน พื้นที่เขายืนอยู่ก็หยุบลงจนเหมือนมันใกล้ถล่มลงมา  ต่อมาก็เป็นลูกที่2...
“ลูกแรกหายไปจากเรดาร์แล้วครับ จะทำการดาวเทียมตรวงเซ็คพิกัดนั้นครับ” ชายหนุ่มสวมหูฟังและคอยรายงานสถานการต่างในการปฏิบัติการครั้งนี้ “ปะ เป็นไปได้ไงนี้มันบ้าไปแล้ว หะ หัวหน้าครับดูภาพนี้สิครับจะทำการฉายเข้าจอใหญ่เดียวนี้ครับ” ภาพถูฉายขึ้นทำให้พวกเขาทุกคนตกใจ “ลูกสองเป็นไงบ้าง ลูกแรกอาจจะมีปัญหาบางอย่างก็ได้ทำให้มันระเบิดก่อนจะถึงพื้น” ชายที่มีอายุค่อนข่างมากที่สุดและดูเหมือนเป็นหัวหน้าพวกเขานั้นก็ตกใจไม่ต่างไรกันเขาอยู่มาก็นานพอที่จะเห็นคนล้มตายมามากมายร่วมสงครามมาก็เยอะ ไม่เคยเจอไรทำลายนิเคลียร์ได้มาก่อนเลยแม้แต่เวทมนย์หรือประเทศที่เจริญแค่ไหนก็ม่มีทาง “อีกสิบวินาทีลูกที่สองจะถึงเป้าหมาย...” ทุกคนล้วนจ้องมองภาพที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ “อีก ห้าวิ สี่... หะ หายๆไปจากเรดาร์แล้วครับ” เป็นไปได้ไงกัน โดรนที่ทางฟั่งเราส่งไปนั้นโดนผลกระทบจากซ็อกเว็ปของลูกแรกทำให้สัญญาขาดหายไปแล้ว “กู้ภาพมาจากโดรนระยะไกลแล้วครับ จะนำขึ้นจอเดียวนี้” ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นคือเด็กหนุ่มปาท่อเหล็กขึ้นฟ้าด้วยความเร็วที่กล้องยังจับภาพไม่ทันพื้นที่เด็กหนุ่มคนนั้นยืนอยู่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วภาพก็ขาดหายไป “ส่งคำร้องไปที่สภาโลกเดียวนี้ ขอยิงปืนจากดาวเทียมNm01เดี่ยวนี้ ไป!” เขาตะโกนอย่างไม่อยากเซื่อใส่ลูกน้อง ไอ้สัตว์ประลาดนั้นมันตัวไรกัน...
เด็กหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้าโดยในมือนั้นก็ยังคงเตรียมพร้อมอยู่โดยถือท่อเหล็กไว้ “ลูกที่สองก็หายไปแล้วยังจะมีไรมาอีกไหมเนี่ย ท้องฟ้ามืดครึ่มลงแสงจากดวงจันทร์หายไป โดนบดบังโดยเมฆหนา เด็กหนุ่มมองขึ้นไปบนฟ้าอย่างไม่วางใจจู่เมฆทีบดบังทั้งท้องฟ้าก็หายเป็นวงกลมขนาดยักย์เขาเบิกตากว้างไม่เชื่อในสายตาตัวเอง แสงขนาดยักย์ไม่ต่างไรจากอุกบาตร์กำลังตกลงมาที่เมืองนี้ “นี้อยากทำลายเมืองนี้กันขนาดนั้นเลยหรอ” เด็กหนุ่มเอามือตบหน้าผากตัวเองด้วยความลำบากใจนี้มันเรื่องบ้าไรกันแค่อยากฆ่าคนที่อันตรายไม่กี่คนในเมืองนี้ถึงกับต้องทำลายแบบไม่ให้เหลือซากขนาดนั้นเชียวหรอ เขาโยนท่อออกไปไกลก่อนกางแขน แล้วตัวเขาก็ลอยขึ้นโดยมีวงเวทเล็กๆใต้เท้าทั้งสองข้าง บินเหนือสูงขึ้นไปเหนือตัวเมืองโดยไม่ละสายตาจากแงที่ไม่ต่างไรจากอุกบาตร์เลยเขาชูแขนขึ้นเหนือหัวของตนก่อนวาดวงเวทซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยนานหลายนาทีจนหยุดมือลง แค่นี้คงพอแล้วละเขาดีดนิ้วไปที่วงเวทเบาวงเวทก็ขยายตัวและกระจายตัวออกมาเป็นมีวงกลมตรงกลางขนาดใหญ่และรายล้อมไปด้วยวงเวทเล็กๆนับสิบวง แสงที่สะท้อนออกมาจากวงเวทเหล่านั้นมีละอองสีทองขาวๆกระจายออกมาตลอดเวลา เริ่มได้ยินเสียงของเลเชอร์ที่ฝ่าชั้นบรรยากาศแล้ว ครืนๆๆ หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็มองอย่างไม่ละสายตาอีกนิดเดียวจะชนแล้ว ตูมมม เสียงดังกระหึมขึ้นอย่างไม่หยุดยั่ง มีเสียงของเลเชอร์เสียดสีกับวงเวทของเขา เขาก็ยังไม่ยอมละสายตาหรือหลีกหนีเลยแม้แต่น้อย พื้นที่นอกเมืองนั้นที่ไม่มีการป้องกันจากวงเวทเขานั้นตอนนี้มันแถบไม่ต่างไรกับพื้นที่ๆอุกบาตร์ซน เพล้งวงเวทชั้นแรกของเขาหายไปแล้ว เพล่ง สอง สาม สี ห้า ใกล้เขาเข้ามาเลื่อยๆ แต่เหมือนลำแสงนั้นก็เล็กลงเรื่อยๆชั้นสุดท้ายแล้ว ชั้นที่กันเขากับอาวุธทำลายล้างนั้นเป็นเพียงเส้นบางๆเท่านั้น วูบ ท้องฟ้ากลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง เพล้ง วงเวทชั้นสุกท้ายที่กันนั้นแตกกกระจายออกพร้อมลำแสงที่จางหายไป “คงหมดมุขแล้วนะ พอเถอะขอละเหนื่อยจะตายแล้ว” เด็กหนุ่มล่อนลงสู่พื้นดินในซอยมืดๆแล้วเดินหายไป โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมีคนทั้งเมืองเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์นี้ ภาพและวีดิโอได้ถูกถ่ายทอดออกไปสู่โลกภายนอก...
ห้องสั่งการทั้งห้องนั้นเงียบลง พวกเขาเปิดดูเช่นกันสิ่งที่เด็กหนุ่มคนนั้นทำ “ยิ่งๆ อีกรอบสิมันไม่มีทางกันได้ตลอดแน่ๆ” หัวหน้าพูดขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลนเรียกสติของลูกน้องตนเอง “แต่หัวหน้าครับ ดาวเทียมใช้เวลาชาตร์อีกยี่สิบสัปดาหร์ครับ” ลูกน้องที่พูดนั้นหน้าซีดขาวหลายๆคนนั้นล่วนเป็นเหมือนเขา รู้สึกว่าตัวเองฝันไป เวลาผ่านมาได้เกือบสองวันหลังจากนั้นแล้วมีคนหนึ่งวิงพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานของเขา “หัวหน้า ครับยกเลิกปฏิบัติการคับสภาโลกถอนคำสั่งแล้วครับ” หัวหน้าขมวดคิ้ว “เป็นไปได้ไงสภาจะล้มเลิกได้ไงนายแน่ใจงั้นหรอ” ชายหนุ่มพยักหน้าก็ยื่นจดหมายถอนคำสั่งมาให้ “รู้สึกว่าโดนคนๆหนึ่งกดดันจนสภาโลกยอมครับ” คนทั้งห้องนั้นเบิกตากว้าง สภาโลกที่มีผู้นำประเทศเกือบทั้งหมดเลยนะเป็นไปไม่ได้หรอก “นี้นายเอาไรมาพูดผู้นำประเทศของเราจะกลัวใครงั้นหรือไง “ครับ ผมพูดจริงๆนะครับ เขาคือราชาไร้มงกุฎอีฟานนอฟ เอิลร์ ดีอาร์ ครับ เขาคุมเศษฐกิจโลกไว้เกินครึ่งและหนุ่นหลังสภาเวทขั้นสูง ออกเงินบริจากสมทบทุ่นมากมาย สันนิฐานว่ามีกองกำลังส่วนตัวที่แข่งแกร่งเทียบเท่ากองทัพเราเลยครับ” เขาเองงั้นหรอราชาที่ไม่สวมมงกุฎแต่กลับมีอำนาจเหลือล้นกว่าทุกๆประเทศร่วมกันเสียอีกเราคงต้องยอมถ่อยแล้วละ...
เด็กหนุ่มเดินทอดน่องตามถนนคนเดินมาเรื่อยๆ ซื้อมากินเรื่อยๆจนล้นมือ จนเขาไม่มีมือจะถือไรแล้วจริงๆเลยไปนั้งเล่นที่น้ำพุแทนที่นี้ไม่ค่อยมีมากนักร้านที่เขาไปซื้อไรมากินลูกค้าก็ไม่มี ตอนนี้ที่นี้โล้งมากจนนอนกลิ้งไปมาได้เลย เขาทำก็แค่นั้งกินหนมปังฝรั่งเศษมองนู่นมองมองนี้อย่างสนใจ “ขอนั้งด้วยได้ไหมค่ะพอดีคนน้อยมากไปหน่อยเลยกลัวนะค่ะ” เด็กหนุ่มซำเลืองมองก่อนพยักหน้าเธอเป็นผู้หญิงผมสีฟ้าทะเลยาวถึงกลางหลัง นัยตาก็สีฟ้าทะเลมรกต เธอเป็นคนที่สวยมากอย่างกับเจ้าหญิงแห่งท้องทะเลเลย หุ่นดีด้วย “คุณไม่คิดจะข่มขื่นผู้หญิงหรอกใช่ไหมค่ะ” เธอนั้งลงแล้วพูดขึ้นเธอกำลังกินอาหารที่เธอซื้อมากินอยู่เป็นอาหารว่างกินง่ายต่างจากเขาที่มีทั้งอาหารขนมหวานของกินเล่นของว่าง “ฉันคิดจะทำเธอคงโดนไปแล้วละ ฉันไม่คิดจะทำหรอกวางใจเถอะ” เธอเอียงขอเล็กน้อยก่อนยิ้มออกมา “นายซื่อไรงั้นหรอ ฉันซื่อลูน่า” เธอพูดซื่อตัวเองพร้อมยิ้มให้เขาเธอดูหน้ารักมากเลยจริงๆนะ “งั้นหรอฉันต้องบอกซื่อฉันด้วยงั้นหรอม่บอกได้ไหม” ยิ้มเธอเริ่มคลายลง “แล้วแต่เธอเลย ฉันไม่ว่าไรหรอกว่าแต่นายใช่เวทเป็นไหม” เอ๋ ไหนลากเรื่องที่ข้ามโลกขนาดนี้เนี่ย “พอเป็น เธอถามทำไหม?” เธอส่ายหน้าปฏิเสท “ไม่มีไรหรอกฉันแค่อยากรู้นะ ฉันก็ใช้เป็นนะว่าแต่นายใช่ธาตุไรได้งั้นหรอ” เขาจำต้องหยุดกินเพราะคำถามของเธอนี้อันตรายกับเขาเกือบหมดเลย ก่อนคิดว่าโกหกไปไม่น่าเป็นไร ยังไงคงไม่ได้เจอบ่อยมากนักหรอกมั้ง “ไฟ มีแค่ธาตุเดียวเธอละธาตุไร” พอเขาถามเธอมันก็รู้สึกแปลกๆทำไหมเธอดูกระตือรือร้นมากเลยนะ เธอยิ้มจนแก้มแถบปริเหมือนเด็กที่กำลังจะอวดตัวเองเขามองเธอก็ยิ้มออกมา “ฉันนะใช้ได้สองธาตุเลยนะ น้ำกับแสงเก่งไหมละ” ครับๆเธอเก่งสุดๆไปเลย “คุณหนูคราบๆ อยู่ไหนคราบ” แล้วเธอก็ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ขอบคุณที่คุยด้วยนะ พอดีฉันไม่ค่อยเคยคุยกับใครเลยนะขอบคุณนะ” เธอหันมายิ้มให้เขาแล้วเดินไปทางของเสียงเรียก ไม่เคยคุยกับใครเลยงั้นหรอไม่เคยนี้เธอไม่เคยมีเพื่อนเลยสินะ เขารู้สึกเศร้าใจแปลกๆ “เดียว เธอนะ ลูน่า ฉันซื่อราร์จำไว้ด้วยละ” เธอหันมาฟังพอได้ยินก็ยิ้มออกมาอีกครั้งหนี่ง “ราร์ ราร์งั้นสินะขอบคุณนะ ลาก่อนละราร์หวังว่าจะเจอกันอีกนะ ลูน่าโบกมือให้เขาๆก็โบกแบบส่งๆ...
“ราร์งั้นสินะ ราณ์ฉันจะจำไว้อย่างดีเลยเพื่อนคนแรกของฉัน” เธอเดินไปยิ้มไปทองซื่อของคนที่เธอคุยด้วยก่อนหน้านี่ไปมาจนใครด้ยินคงหลอนปรสาทแน่ๆ “คุณหนูครับไปไหนมาครับ ผมเป็นห่วงแถบแย่ถึคุณหนูเป็นไรไปผมจะทำไงละครับ ผมยังไม่อยากโดนนายท่านฆ่าตายนะครับ” ชายอายุอยู่ที่ 50 กว่านั้นพูด้วยน้ำเสียงห่วงใยปนหวาดกลัวกบเธอ “ถ้าคุณจะถูกทำไรเดียวฉันช่วยคุยให้ละกันนะค่ะคุณลุงบาสเตียน” เธอยิ้มให้คนแก่ด้านหน้าที่ห่วงเธอเหลือเกินจริง “ครับงั้นผมพากลับห้องคุณหนูนะครับหรือจะกลับคฤหาสห์นายท่านครับ” เธอส่ายหน้าไปมา “ไม่เอาหรอกค่ะ กลับห้องดีกว่าค่ะ” เธอพูดอย่างรีบร้อน ลุงเซบาสเตียนพยักหน้ารับก่อนเดินไปเปิดประตูรถให้เธอขึ้น แล้วจึงขึ้นไปขับรถ...
ในห้องมืดๆของเด็กหนุ่มนามว่าราร์ เขานอนมองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างมาเป็นชั่วโมงแล้ว เขาพึ่งออกแรงสู้กับอวุธนิวเคลียร์กับลำแสงล้างเมืองไปเองนะขอพักหน่อยเถอะเขาเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว วันทั่วๆไปนะตอนนี้นะเขาอาจจะไปเดินเล่นซ่วยคนบ้างเหนื่อยจริงเลยน่าไอ้เรื่องการสู้กับของที่มันทำลายเมืองในซั่วพริบตาเนี่ยเฮ้อเขานะต่อให้มีร่างกายที่แข็งแรงแลเวเวททรงพลังแต่เจออย่างนั้นก็ไม่ไหวนะ นี้เขาไม่มีแรงเหลือจะสู้แล้วพูดง่ายๆคือใครมากระทืบเขาตอนนี้เขาจะไม่มีแรงสู้เลยด้วยซ้ำ ตูม! เกิดเสียงระเบิดดังมาจากตรงทางเดิน เขาวางเวทกับดักระเบิดไว้ทั้งตึกเลย นี้มันตึกร้างนะใครมันจะเข้ามากันละนอกจากจะมาฆ่าเขา ราร์ลุกขึ้นนั้งมองท้องฟ้าไม่ละสายตาเลยด้วยซ้ำ ดูถ้าวันนี้เขาจะถูกฆ่าจริงๆแล้วละมนุษย์คงหวาดกลัวเขามากเเล้วเลยละ ครืนๆ ตึกเริ่มสั่นสะเทือนอย่างนักนี้ฉันไปทำไรให้กันถึงขั้นยกเฮลลิคอบเตอร์มาฆ่าเอย่างงี้เนี่ย เฮ้ยราร์รีบกลิ้งมาทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ปังๆๆ เพียงไม่กี่วินาทีกระสุนจากปืนกลท่อแสงจ้าปะทะตรงจุุดที่เขาเคยนั้งอยู่ มันพรุ่นเป็นรูเลยละ เขารีบวิ่งพุ่งออกไปนอกห้องทันทีพร้อมยิบท่อเหล็กมาอันหนึ่งติดมือมาด้วยเขารีบวิ่งไปทางบันได้หนีไฟ ลงไปด้านล่าง ตึกๆ เห้ยมีคนเดินขึ้นมาหรอเขาวิ่งเข้าไปหลบตรงมุมเสา คนเดินขึ้นมาสวมชุดทหารสีดำสนิดสวมเกราะอย่างดีเขาแอบเห็นด้วยว่าพวกนั้นมีโล่เลเซอร์ด้วย ปังๆ ฟิ้วๆ คนกลุ่มนั้นจู่ๆก็ชงักแล้วหันปืนมาทางเสาผมแล้วกราดยิงไม่ยั่่งราวกับเห็นผมอยู่ เห็นได้ไงเขาหลบจนมิดแล้วเลยนะจะเห็นได้ไงกัน พวกนั้นยังคงยิ่งไม่หยุดเขาหลบอย่างเดียวมีหวังตายแน่ เอาไงดีๆ ปึกเขาชนเขากับังขยะเก่าใบหนึ่งที่มีขยะและฝุ่นเยอะ ปาใส่แม่งเลยราร์รีบยิบถังมาปาใส่กลุ่มคนด้านล่างก็ชะงักรีบเอามือปัดมันทิ้ง บึม!ยังไม่ทันจะปัดออกมันก็ระเบิดออกมาทำให้ฝุ่นพุ่งกระจายเต็มไปหมด เขาก็พุ่งออกจากที่กำบังไปทางด้านล่าง ง้างไม้สุดมือ เปรี้ยง!หวดเข้าเต็มหัวคนด้านหน้าสุดกระเด็นไปซนเข้ากับกำแพงเป็นรอยร้าว คนที่สองรีบหันกระบอกปืนมาทำท่าจะยิง เขาเอามือปัดออกก่อนกระสุนในรังเพลิงออกมา ปังๆ พอปัดมันออกไปได้ก็เอาท่อเหล็กฟาดหัวตามคนแรกไป แต่เหล็กดันหักทำให้ไม่โดนเต็มเลยเอาฝ่ามือกระแทกเข้าไปที่คางจนหมวกที่คล้ายหมวกกันน็อกตรงซ่วงคางแตกกระจายคนที่สองกระเด็นไปกระแทกเพดาน ปังๆ คนที่สามอยู่ด้านข้างเขายิงมาเขาก็เอาเพือนมันที่ร่วงลงมาบังแล้วพลักไปอย่างแรงจนคนที่สามเสียหลักพร้อมยิบมีดออกมาจากฝักของคนที่สองออกมา ปังๆ เสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลังราร์ก็รีบกลิ้งหลบแถบไม่ทันก่อนจะปามีดออกไปใส่ขอคนที่สี่แล้วยิบปืนที่พื้นมายิงคนที่สามทันที หมดสภาพทุกคน ราร์ลุกขึ้นจากท่าชันเข่าค้นตัวพวกเขาทั้งสี่คนได้ของมามี มีดสั้นหนึ่งเล่ม ปืนพก กับแมกกาชีนจำนวนหนึ่ง ราร์ก็วิ่งมุ่งหน้าลงไปต่อ ทางค่อนข้างโล่ง ชั้นสองแล้วอีกนิดเดียว ตูม!พนังด้านข้างแตกกระจาย ภาพที่เขาเห็นคือหุ่นยนต์ถือปืนกลหนักอย่างกับคนเหล็กจ่อมาที่เขาอยู่ เหวอราร์รีบวิงขึ้นไปตรงที่พักบันไดเล็กๆก่อนหมอบลง ตืดๆ ปังๆ เสียงของปืนกลหนักดังขึ้นแหวกอากาศดังไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่องเลย ราร์โดนยิงกดให้ขยับไปๆไหนไม่ได้ นี้ถ้าเขาพอเหลือพลังเวทสักนิดคงจัดการได้ไม่ยากหรอก เขาจะยิงตอบโต้แต่นี้ดูมันยิงๆกดไม่ให้ขยับเลย มีดมันปาโค้งได้ไหม?เขายิบเศษกระจกแถวนั้นมาส่องดูตอนนี้เขาอยู่ในท่ามอบมีดอยู่มือซ้ายมือขวาถือกระจกซ่อง ถามจริงมีมีดปาวิธีโค้งได้ไหมแบบโยนบอลลงห่วงนะ ไม่รู้เเละงานนี้ต้องลองก่อน สาม สอง หนึ่ง เขาปามีดออกไปมีดลอดผ่านซ่องราวจับบันไดก่อนจะค่อยย้อยไปลงตรงกลางหัวใบมึีดกระเดนออกมาเป้ง เสียงเหล็กกระทบกันก้องไปทั้งบันได เขารีบนอนกลิ้งออกไปแล้วยิงปืนพกไม่ยั่ง ปัวๆ เชะ เปลี่ยนเป็นแม็กที่สอง ก็ยิงต่อ จนมันคุกเขาลงไปแล้วหันปืนกลหนักมาทางเขาก่อนยิงสวนมา ปังๆ เขารีบกระโดดลอยตัวขึ้นไปทางของมันก่อนจะจับหัวมันบิดมาท่างด้านหลังงแล้วเอาบืนพกยิงซ้ำที่หัวแล้วกระโดดกลับตัวลงพื้นมายิบมีดแล้วแทวไปกระดูกสันหลังแล้วหลากขึ้นจนทะลุหัวของมัน มันก็หยุดทำงานลงล้มลงไปกับพื้นอย่างแรง โคร่ม ตึง เขาเดินไปลงไปต่อที่ชั้นหนึ่งเขารีบเดินออกมาดูด้านนอกว่าตอนนี้มีคนในตึกร้างนี้เท่าไร ราร์เดินออกมาได้สี่ก้าวก็หยุดลงตัวเขามีแสงจากเลเชอร์จ่อทั้งตัวจนแดงไปหมด พรึบ ไฟหน้ารถหลายคันสว่างวาบแยงเข้ากับตาของเขา ครืน เสียงเครืองบินดังมันลอยอยู่เฉยพร้อมปากกระบอกปืนใหญ่จ่อมาทางเขา มีรถถัง เครืองบิน รถกันกระสุนเเถมมีไอ้หุ่นยนต์พวกนั้นอีกเป็นกอง วางอาวุธลงแล้วยกมือขึ้นชะ คุกเข่าลงไป เร็วเขาวางอาวุธทั้งหมดลงแล้วเตะมันไปทางคนกลุ่มนั้นแล้วยกมือขึ้นเหนือหัวและคุกเข่าลงตามที่พวกนั้นบอกเขามาถึงจุดสุดท้ายของชีวิตแล้วสินะ คนติดอาวุธจำนวนหนึ่งผสมกับหุ่นยนต์เดินมาทางเขาแล้วจับเอามือเขาไขว้หลังและล็อกกุญแจมืออย่างรวดเร็ว ที่ล็อกกุญแจมือแปลกมากเลยมันเหมือนมีไฟฟ้าดูดอยู่  แล้วฮีโรผู้ช่วยเมืองอย่างเขาก็โดนจับกุมและจับใส่รถหุ้มเกราะกันกระสุนและเวทมนต์